เรียกน้ำย่อยกับ android

รู้จักกับ Android

android เป็นระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพา ที่ถูกสร้างโดยกลุ่ม OHA (Open Handset Alliance) ที่นำโดย google ปัจจุบันถือเป็น 1 ใน 3 แกนหลักของระบบปฏิบัติการมือถือในปัจจุบัน (Apple iOS, Google android และ Microsoft Windows Phone – BB กำลังอยู่ในช่วงดูใจ) จุดเด่นของ android คือ มีลักษณะที่เป็นระบบเปิดมากที่สุด ทำให้มีผู้เล่นในตลาดจำนวนมาก และเป็นระบบปฏิบัติการ Smartphone ที่มีจำนวน Device มากที่สุดในขณะนี้

ประวัติ

android เริ่มต้นมาจากโครงการเล็กๆ โดยมีผู้สร้างคือ ​Andy Rubin ตั้งแต่ในปี 2005 หลังจากนั้นถูก Google ซื้อมาทั้งหมด (ทั้งตัว product และทีมนักพัฒนา) ในวันที่ 17 สิงหาคม 2005 และ Andy Rubin “บิดาแห่ง android” ก็ยังคงทำหน้าที่ปั้น product สุดรักนี้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เทียบเคียงกับ iPhone คือ iPhone รุ่นแรกนั้น ออกวางจำหน่ายในวันที่ 28 มิถุนายน 2007 ส่วน android ตัวแรก (1.0) นั้นเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2008 ซึ่งถือว่าใช้เวลาพัฒนานานพอสมควร และ android ที่ถือว่าเป็นรูปเป็นร่าง ที่พอใช้งานได้จริงสำหรับคนทั่วไป น่าจะเป็น version 1.6 (Cupcake) ที่เปิดตัววันที่ 15 กันยายน 2009 (ตอนนั้น apple เริ่มติดลมบนไปแล้ว)

ข้อดี และข้อเสีย

ถ้าจะให้เปรียบเทียบกันแล้ว android จะเป็นระบบปฏิบัติการมือถือที่มีความเปิดมากที่สุด เราสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนา android ได้มากที่สุด ถึงจะมีคำครหาว่าส่วนใหญ่แล้ว google จะเป็นผู้กำหนดทิศทางเสียทั้งหมดก็ตาม
ความที่เป็นระบบเปิด ทำให้มีผู้เล่นในสนาม android มากมาย โดยเฉพาะจุดเด่นเรื่อง ความหลากหลายของอุปกรณ์ที่ใช้ android อาจจะฟันธงได้ว่า android เป็นระบบปฏิบัติการของ smart phone ที่มีจำนวนรุ่นของเครื่องที่มากที่สุดตลอดกาล (ถ้านับรวม feature phone ในปัจจุบันเข้าไปด้วย อาจจะต้องยกให้ Symbian จาก Nokia ซึ่งเป็นอดีตไปแล้ว) ทำให้ผู้ใช้มีทางเลือก มีความหลากหลายของ hardware ต่างๆ ที่เหมาะกับผู้ใช้ในระดับต่างๆ กันมากมาย ถ้าเทียบเป็นตลาด ตลาด android ดูจะเป็นเหมือนตลาดสดที่คึกคัก Apple คงเป็นประมาณห้าง Emporium ที่มีเฉพาะสินค้าราคาแพง (แต่ดี)
ระบบปฏิบัติการเดียว พัฒนาด้วยเครื่องมือชนิดเดียว แต่ใช้ได้กับเครื่องจำนวนมาก ถือเป็นจุดเด่นข้อหนึ่งของ android, application ที่ดีของ android จะสามารถรันได้บนเครื่องจำนวนมาก และมีการปรับตัว ให้เหมาะกับเครื่องที่มีคุณสมบัติต่างๆ กันได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนั้น การที่มีผู้ใช้จำนวนมาก และสามารถโหลด application โดยระบบออนไลน์ผ่าน Google Play Store (Android Market) ทำให้ android เป็นช่องทางอีกช่องหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับนักพัฒนา สิ่งที่ตามมาก็คือ จำนวนนักพัฒนา และ application  ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

โลกไม่ได้สวยงามเสมอไป ในความหลากหลายก่อให้เกิดความแตกแยก หรือภาษาที่นักพัฒนาเรียกว่า fragmentation การที่มี application เดียวสำหรับเครื่องที่แตกต่างกันนั้น ย่อมสู้ 1 application สำหรับเครื่องทีี่มีคุณลักษณะเพียงหนึ่งเดียว (เหมือนใน iPhone / iOS) ไม่ได้ application ส่วนใหญ่ใน android ไม่ได้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์กับทุกๆเครื่องเสมอไป แนวโน้มที่จะเกิด bug รวมถึงเวลาที่ต้องใช้ในการทดสอบโปรแกรม เพื่อให้ทำงานได้ดีบนเครื่องต่างๆ กัน (ซึ่งนักพัฒนาจะไม่มีโอกาสได้ทดสอบกับเครื่องจริงได้ทุกๆรุ่น) ทำได้ยากกว่าแนวทางของ Apple มาก แต่ถ้าจะให้เขียน application ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ก็จะทำให้จำนวนของเครื่องที่ใช้งานแอพพลิเคชั่นนั้นๆได้ ลดลงเหลือเพียงจำนวนเล็กน้อย

นอกจากนั้น ตัว android เอง ก็ได้รับการพัฒนา ปรับปรุงอยู่เสมอๆ เพื่อให้รองรับกับเครื่องใหม่ๆ ที่ทยอยออกมาขายกันเรื่อยๆ ทำให้นอกจากเรื่องของตัวเครื่องแล้ว ตัว  version ของ android เอง ก็มีผลต่อการพัฒนา และการใช้งาน application ด้วยเช่นกัน โดยปกติแล้ว เครื่องที่ออกมาด้วย android เก่าๆ (เช่น 1.6 หรือ 2.1) จะมีโอกาสได้รับการอัพเกรดเป็น version ใหม่ๆ ได้น้อย เพราะข้อจำกัดด้าน hardware เช่น memory, หน้าจอ หรือ CPU และนักพัฒนาก็มักจะเลือกใช้ android version ที่ทันสมัยกว่าในการเขียนโปรแกรมใหม่ๆ ดังนั้นในฝั่งผู้ใช้ ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่าการ “ตกรุ่น” อย่างรวดเร็ว และในส่วนของนักพัฒนาเอง การรองรับระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าๆ ก็อาจจะทำให้ต้องทิ้งความสามารถเด็ดๆ บางอย่างไป

version ของ android

การตั้งชื่อ codename สำหรับเรียก version ต่างๆ ค่อนข้างน่าสนใจ และน่ารักน่าชังอยู่ไม่น้อย เพราะมีหลักการตั้งชื่อคือ จะใช้การตั้งชื่อจากขนมหวานน่าทานต่างๆ และมีการเรียงลำดับตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ แบบที่นักพัฒนาชอบทำกัน เช่น

1.5 Cupcake (30 เมษายน 2009)
1.6 Donut (15 กันยายน 2009)
2.0/2.1 Eclair (26 ตุลาคม 2009)
2.2 Froyo (FROzen YOgurt) (20 พฤษภาคม 2010)
2.3 Gingerbread (6 ธันวาคม 2010)
3.x Honeycomb (22 กุมภาพันธ์ 2011)
4.0 Icecream sandwish (19 ตุลาคม 2011)

แนวทางของ android เริ่มพัฒนาแยกสายกัน คือ จาก Froyo นั้น จะมีการพัฒนาแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ 2.3 เป็นสายหลัก สำหรับโทรศัพท์ และ 3.x สำหรับ tablet ซึ่งเป็นตลาดใหม่ และเหมือนเป็นการทดสอบการใช้งาน User Interface สำหรับอุปกรณ์ประเภทใหม่นี้ หลังจากนั้นเมื่อทุกอย่างลงตัว Google จึงได้นำทั้ง 2 สายมาผนวกรวมกันเป็น 4.0 ICS ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่ใครๆ ต่างใฝ่ฝันถึง
ส่วนเวอร์ชั่นต่อไปในอนาคตนั้น ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่กระแสส่วนใหญ่เห็นว่า มันน่าจะชื่อ Jelly Bean

สถานการณ์ปัจจุบัน

กระแสความนิยมสมาร์ทโฟนที่เป็น android นั้นยังนับว่าไม่ดีเท่า iPhone เนื่องจาก iPhone มี loyalty ของผู้ใช้ที่สูงมาก และยอดการขายก็ยังทำได้ดีกว่าโทรศัพท์ทุกยี่ห้อ พูดง่ายๆ ภาษาชาวบ้านก็คือ คนที่เจาะจงว่าต้องเป็น iPhone เยอะกว่าคนที่ระบุว่า ต้องเป็น android เมื่อ 2 ปีที่แล้ว สมัยที่ผมหาซื้อ android ตัวแรก (htc Tattoo – 1.6 Donut) จำได้ว่า เดินถามทั้งห้าง ไม่มีคนขายคนไหนรู้จัก android เลย แต่ในปัจจุบัน คนซื้้อมือถือเครื่องใหม่ไม่ต่ำกว่าครึ่ง ต้องรู้จัก Android Market หรือ Play Store แน่นอน ด้วยความหลากหลายของเครื่องโทรศัพท์ คุณสามารถซื้อ android phone ได้ในราคาตั้งแต่สองพันเศษ จนถึง 2 หมื่นปลายๆ ขึ้นอยู่กับรสนิยม ความต้องการ และกำลังทรัพย์ของคุณ
ในเรื่องของ user experience แล้ว android ยังคงทำได้ไม่ดีเท่า iPhone แม้แต่ในรุ่นท็อปๆ ก็ตาม แต่ก็นับว่า ความแตกต่างในปััจจัยเหล่านี้มีน้อยมาก app ที่สำคัญและมีชื่อเสียงบน iPhone แทบทั้งหมดสามารถหาโหลด/ซื้อได้บน android เช่นกัน บางเรื่อง android ก็อาจจะทำได้ดีกว่า iPhone เสียด้วย เรียกได้ว่า แลกกันคนละหมัด
สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่จะกำหนดกระแสความนิยมของ Smart device ได้ก็คือ อุปกรณ์ประเภท tablet หรือ smart TV ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ยังไม่เห็นรูปร่างชัดเจนว่า จะเป็นไปในทิศทางไหน แถมยังมีผู้เล่นหน้าใหม่ที่ท่าทางจะมาแรงในตลาดนี้ก็คือ Windows 8 ที่จะเข้ามาในตลาด tablet ด้วยแน่นอน ในตอนนี้ก็จะต้องรอให้ผู้ใช้งานเป็นผู้ตัดสิน และกำหนดทิศทางของเทคโนโลยีเหล่านี้ต่อไป

แถมท้ายด้วยรูปปั้นน่ารักๆ ที่ Google labs มาให้ชมครับ
http://www.excitebuzz.com/the-ice-cream-sandwich-android-statue-arrives-at-google-android-hq/1107.html

Reference:

http://en.wikipedia.org/wiki/Android_(operating_system)

http://en.wikipedia.org/wiki/Android_version_history

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>